Palliative Care

Undefined

งานดูแลเด็กป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้าย

1 ชื่อโครงการภาษาไทย
- โครงการพัฒนาระบบการดูแลเด็กป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้าย

2 ชื่อโครงการภาษาอังกฤษ
- Pediatric Palliative Care QSNICH

3 ความเป็นมาของโครงการ
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้พัฒนาระบบการดูแลเด็กป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้าย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕o จนถึงปัจจุบัน มีคณะกรรมการเป็นสหวิชาชีพโดยให้การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองครอบคลุมทั้งด้านกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ สามารถช่วยป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมานและไม่สุขสบายต่างๆของผู้ป่วย เป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตราบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องและได้ผลดี คณะกรรมการพัฒนาการดูแลเด็กป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากเงินบำรุงของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในการดำเนินการในโครงการที่เป็นประโยชน์นี้

4 วัตถุประสงค์ของโครงการ
๑. เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากร ผู้ปกครองและจิตอาสา ในการดูแลเด็กป่วยโรคเรื้อรัง
และเด็กป่วยระยะสุดท้าย ให้ได้รับการดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง
๒. เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการดูแลเด็กป่วยระยะสุดท้ายแก่ผู้สนใจ
๓. ถ่ายทอดความรู้เรื่องการดูแลเด็กป่วยเรื้อรังและระยะสุดท้ายแก่บุคลากรทางการแพทย์

5 รูปแบบการจัดกิจกรรมภายในโครงการ (กิจกรรมสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว)

5.1 ตักบาตรข้างเตียง
โดยปกติแล้วชาวไทยพุทธจะต้องทำบุญตักบาตรเป็นประจำ โดยเฉพาะในยามที่มีเรื่องให้ทุกข์ใจก็จะคิดถึงพระ คิดถึงการทำบุญ เช่น การใส่บาตร ถวายสังฆทาน การไปไหว้พระสวดมนต์ ขอพรพระเพื่อความสุขกายสุขใจ ให้พ้นจากสภาวะแห่งทุกข์ไปได้ให้เร็วที่สุด แต่เด็กที่ต้องป่วยและมาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ต้องถูกจำกัดให้อยู่กับเตียงเดินไปไหนไม่ได้ ขาดโอกาสในการทำบุญ ยิ่งทำให้จิตใจย่ำแย่ โดยเฉพาะเด็กป่วยระยะสุดท้ายซึ่งเหลือเวลาไม่มากนัก ถ้าหากจะนิมนต์พระมาสวดให้หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว เขาก็จะไม่รับรู้อะไร การจัดกิจกรรมให้เด็กได้เห็นพระ ได้กราบไหว้พระและได้ทำบุญในขณะที่เขายังสามารถรับรู้และทำได้อยู่นับว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่า ซึ่งเป็นการสร้างพลังใจให้กับเด็กและครอบครัวได้เป็นอย่างดียิ่ง

- วันเวลาที่ทำกิจกรรม
ทุกวันศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่ หอผู้ป่วย ส๘เอ ส๗บี ม๑oก
ทุกวันศุกร์ ที่ ๑ และ ๓ ของเดือน เวลา ๐๙.๓๐ น. หอผู้ป่วย ม๗ก
ทุกวันศุกร์ ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน เวลา ๐๙.๓๐ น. หอผู้ป่วย ม๙ก

- รูปแบบการจัดกิจกรรม
หลังจากใส่บาตรแล้ว ก็จะได้ร่วมสวดมนต์ ฟังธรรม รับศีล รับพรจากพระ ทำสมาธิและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เพื่อให้เด็กและครอบครัวมีความสุขความสบายใจ

5.2 สวดมนต์ สมาธิบำบัด
การบำบัดรักษาโรคภัยด้วยการสวดมนต์ มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล จากการนำโพชฌังคสูตรมาทำเป็นพระปริตรสำหรับสวดคุ้มครองและป้องกันโรค ภัย ไข้ เจ็บ มาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ถือเป็นประเพณีปฏิบัติกันมา เมื่อมีญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวป่วยหนักและเห็นว่าจะสิ้นชีวิตในไม่ช้า ก็จะนิมนต์พระสงฆ์มาสวดโพชฌังคปริตรให้ฟัง ถือว่าเป็นการสวดต่อนาม แม้ในพระสูตรยังกล่าวถึงพระพุทธองค์ได้ทรงตรัสบอกวิธีการรักษาโรคแก่พระอานนท์ ให้ไปรักษาพระคิริมานันท์ที่ป่วยหนักไม่สามารถลุกเดินไปมาได้ โดยทรงแสดงให้พระอานนท์ฟังและทรงรับสั่งให้นำไปแสดงแก่พระคิริมานันท์ฟังต่อไป เมื่อทำตามรับสั่งแล้ว อาการป่วยของพระคิริมานันท์ก็หายไป กิจกรรมสวดมนต์ สมาธิบำบัด ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการให้กำลังใจ และเพื่อเป็นสิริมงคลต่อเด็กป่วยและครอบครัว แม้จะป่วยหนักยากต่อการเยียวยาให้หายขาดได้ แต่ไม่ได้ทอดทิ้ง ยังให้โอกาสในการรักษาตามความเชื่อความศรัทธาของชาวพุทธ ที่มีมาช้านาน

โดยการนิมนต์พระสงฆ์มาเป็นผู้นำสวดมนต์ ทำสมาธิ ร่วมกับผู้ป่วย ญาติ และคณะนักสวดมนต์จากวัดธรรมมงคล มาร่วมกันสวดมนต์บทโพชฌังคปริตร เพื่อรักษาโรคดังสมัยพุทธกาล พร้อมกับทำสมาธิ รวมกันเป็นหมู่คณะ ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมไม่ได้ สามารถเขียนชื่อในใบอธิษฐานจิตร่วมพิธีสวดได้ที่พระพุทธรูป หน้าห้องยาใน อาคารมหิตลาธิเบศร ชั้น ๒

จัดกิจกรรมทุกวันศุกร์ สัปดาห์แรกของเดือน เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ น. ที่หอผู้ป่วย ส.๘เอ และหอผู้ป่วยต่างๆ ที่ติดต่อขอเป็นกรณีพิเศษ

5.3 กิจกรรมเติมพลังใจ
กิจกรรมพิเศษ จัดสำหรับผู้ป่วยในโครงการฯ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมขวัญกำลังใจ เช่น กิจกรรมทำบุญถวายสังฆทาน สวดมนต์สะเดาะเคราะห์ หรือการได้พบพูดคุยกับบุคคลที่มีความสำคัญต่อผู้ป่วย เพื่อให้กำลังใจให้สำหรับเด็กป่วยและครอบครัวกิจกรรมเติมพลังใจ เป็นกิจกรรมพิเศษที่จะจัดเฉพาะสำหรับ เด็กป่วยที่เข้าโครงการฯ และแจ้งความจำนงมาเป็นรายบุคคล ตามโอกาสที่เหมาะสม

5.4 ศิลปะ
ในเด็กที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยเรื้อรังต้องมีการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง การรักษาอาการทางด้านร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสามารถต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่ได้ แต่สำหรับผลกระทบทางด้านจิตใจเมื่อต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน และโอกาสที่จะหายเป็นปกตินั้นมีไม่มากนักนั้น ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเด็กเป็นอย่างมาก จึงต้องมีกิจกรรมเข้ามาช่วยลดความรู้สึกไม่สบายใจต่างๆของเด็กลงไป

กลุ่มศิลปะบำบัดเป็นรูปแบบการทำกลุ่มที่มีงานทำด้วย โดยการอาศัยงานศิลปะเป็นเครื่องมือที่จะนำผู้ป่วยมาร่วมทำกิจกรรม การทำงานศิลปะต่อหน้าคนอื่นในกลุ่มจะช่วยให้แสดงอารมณ์ได้อย่างสะดวก ซึ่งงานศิลปะจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ป่วยแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดหรืออารมณ์ที่แท้จริง ซึ่งจะได้นำมาใช้ในการอภิปราย และเกิดสัมพันธภาพ ภายในกลุ่ม ทำให้ทราบแนวความคิดของแต่ละคน และการยอมรับความคิดที่แตกต่างกันของผู้อื่นจะช่วยทำให้เกิดการปรับตัวที่ดี

การวาดรูปที่แสดงถึงความเป็นตัวของตัวเองหรือความเป็นเจ้าของอาจสามารถแสดงถึงความคิดที่มีต่อตนเอง ความขับข้องใจ รวมถึงความคาดหวังที่อยู่ในใจผ่านรูปวาด เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาออกมาเป็นผลงานศิลปะแล้ว การอธิบายรายละเอียดและความหมาย ทำให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นได้ทบทวนความคิดของตนเอง และมีโอกาสเรียนรู้แลกเปลี่ยนมุงมองที่ต่างออกไป

กิจกรรมศิลปะ กับเด็กป่วย ได้แก่
- จัดดอกไม้ (กลุ่ม)
- วาดรูป
- ดูหนังข้างเตียง

รุปแบบการจัดกิจกรรม
มีทั้งรูปแบบเดี่ยว และ ทำเป็นกลุ่ม ขึ้นอยู่กับcase ถ้าสามารถลุกจากเตียงได้ ก็เซ็ทกิจกรรมเป็นแบบกลุ่ม

5.5 กิจกรรมนำบุญสู่ลูกน้อย
การให้ความช่วยเหลือเด็กป่วยเรื้อรัง เด็กป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัว ไม่ได้สิ้นสุดที่การจากลาของเด็กป่วย แต่ให้ตั้งแต่แรกเริ่มของการช่วยเหลือ คือการดูแลจิตใจของทั้งเด็กและครอบครัว จนกระทั่งเมื่อเด็กจากไป หลังจากเสียลูกแล้วครอบครัวยังอยู่และต้องใช้ชีวิตให้เป็นปกติสุขที่สุด ความคุ้นเคยความผูกพัน ที่เกิดขึ้นจากการมาใช้ชีวิตในสถาบันสุขภาพเด็กฯ อย่างยาวนานทำให้ การดำเนินชีวิตของพ่อแม่อาจเปลี่ยนไปบ้างหลังการสูญเสียลูกน้อยเกิดขึ้น บางครอบครัวอาจได้รับผลกระทบกระเทือนทางจิตใจมาก จำเป็นต้องได้รับการเยียวยา บางครอบครัวเข้มแข็งก้าวผ่านความทุกข์ตรงนี้ได้ และสามารถจะถ่ายทอดเทคนิควิธีการให้ครอบครัวอื่นได้เรียนรู้เป็นแบบอย่าง

กิจกรรมนำบุญสู่ลูกน้อย เป็นการนัดพบปะครอบครัว ที่สูญเสียลูก ซึ่งอาจจะเสียชีวิตในระหว่างที่มารับการรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็ก หรือกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน ได้มาทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลร่วมกัน และเพื่อเป็นการดูแลเยียวยาจิตใจ รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละครอบครัวกับเจ้าหน้าที่ Palliative Care Nurse เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการดูแลเด็กป่วยระยะสุดท้ายและครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น

ภาพกิจกรรม: